กฎระเบียบที่ควรรู้

การค้า

กฎหมายเครื่องหมายการค้าออสเตรเลียฉบับปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ค.ศ.1995 (Trade Marks Act 1995) ระบุถึงการยื่นและขอรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าออสเตรเลียใช้เวลาประมาณ 7 เดือนครึ่ง หรืออาจจะมากกว่า 15 เดือนในกรณีที่มีการคัดค้านการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ปัจจุบัน สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาออสเตรเลียใช้ระบบออนไลน์ให้บริการแก่ผู้ที่มีความประสงค์จะยื่นขอจดทะเบียน และต่ออายุเครื่องหมายการค้า โดยสำนักงานฯ จะลดค่าธรรมเนียมประมาณ ร้อยละ 15 ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนดำเนินการผ่านระบบออนไลน์แทนการยื่นเอกสารในแบบเดิม

TM Headstart คือ ระบบการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และสืบค้นเครื่องหมายการค้าเบื้องต้นที่สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของออสเตรเลียได้จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยผู้ตรวจสอบจะโทรศัพท์แจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 5 วันทำการ และหาก ผู้ขอประสงค์ที่จะจดทะเบียนเครื่องหมายดังกล่าว ก็สามารถยื่นขอจดทะเบียนได้ตามขั้นตอนต่อไปได้ ระบบนี้มีอัตราค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ 90 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อหนึ่งรายการสินค้า


กฎระเบียบเกี่ยวกับเครื่องหมายทางการค้า

กฎหมายเครื่องหมายการค้า ค.ศ. 1995 ให้ความคุ้มครองเครื่องหมาย 4 ประเภท คือ

  1. เครื่องหมายการค้า
    หมายถึง เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เพื่อแสดงว่าสินค้าหรือ บริการที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้าแตกต่างกับสินค้าหรือบริการที่ใช้เครื่องหมายการค้า ของบุคคลอื่น ในออสเตรเลียเครื่องหมายการค้าหมายถึงทั้งสินค้าและบริการ ไม่ได้แยกคำจำกัดความของเครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายบริการ เหมือนในประเทศไทย
  2. เครื่องหมายร่วม
    หมายถึง เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เพื่อแสดงว่าสินค้าหรือบริการของ สมาชิกสมาคมเดียวกันแตกต่างจากสินค้าหรือบริการที่ใช้โดยกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคม
  3. เครื่องหมายรับรอง
    หมายถึง เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เพื่อแสดงความแตกต่างของ สินค้าและบริการที่รับรองโดยบุคคล ซึ่งเป็นการรับรองเกี่ยวกับคุณภาพ ความถูกต้องแน่นอน แหล่งกำเนิด วัตถุดิบ และวิธีการผลิตว่า แตกต่างจากสินค้าและบริการอื่นที่ไม่ได้รับการรับรอง
  4. เครื่องหมายปกป้อง (defensive trade mark)
    การจดทะเบียนการปกป้องเครื่องหมายที่ มีชื่อเสียง จะทำให้ผู้ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายอื่นในกลุ่มสินค้าหรือบริการไม่ สามารถจดเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายที่จดทะเบียนเครื่องหมายปกป้องได้

สำหรับออสเตรเลีย สัญลักษณ์ที่สามารถใช้เป็นเครื่องหมายการค้าครอบคลุมสัญลักษณ์ทางเสียงและสัญลักษณ์ทางกลิ่น และมีการจดทะเบียนเครื่องหมายปกป้องด้วย ซึ่งนับว่าครอบคลุมกว้างกว่ากฎหมายของไทย

เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนกับสำนักทรัพย์สินทางปัญญาออสเตรเลีย จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายฉบับนี้ เจ้าของเครื่องหมายการค้า มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะใช้เครื่องหมายการค้ากับสินค้าที่จดทะเบียนไว้ และสามารถทำสัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตนได้ บุคคลที่ปลอม หรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้าจะมีโทษทางอาญา อย่างไรก็ตามเจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถใช้เครื่องหมายการค้า ได้แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายหากไม่เหมือนหรือคล้ายกับผู้อื่นแต่หากมีผู้อื่นมาใช้เครื่องหมายการค้าเช่นเดียวกัน เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนคนดังกล่าว จะไม่สามารถฟ้องร้อง หรือเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ตามกฎหมายนี้ได้เลย นอกจากนี้ หากมีการฟ้องร้องจากผู้อื่นซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นๆ และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ก่อนแล้ว ผู้ถูกร้องก็ต้องรับผิดตามโทษที่ระบุในกฎหมายอีกด้วยเช่นกัน

การจดทะเบียนและการตรวจสอบเครื่องหมายการค้าในออสเตรเลียเป็นไปตามความตกลง TRIPs เริ่มจากเตรียมเอกสารประกอบคำขอให้ครบถ้วน และตรวจสอบเบื้องต้น ในออสเตรเลียสามารถตรวจสอบเครื่องหมายการค้าเบื้องต้นทางอินเทอร์เน็ตได้ หรืออาจตรวจสอบที่สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาว่า เครื่องหมายที่ต้องการจดทะเบียนเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้อื่นหรือไม่ หลังจากนั้น ผู้ยื่นขอต้องตรวจสอบว่าสินค้าหรือบริการของตนต้องการจดทะเบียนในกลุ่มไหนบ้าง ซึ่งออสเตรเลียเป็นสมาชิกของความตกลง Nice ใช้การจัดกลุ่มตาม Nice International Classification System โดยแบ่งเป็น 45 กลุ่ม เช่น หากต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสินค้าของตนสำหรับเครื่องสำอาง เสื้อผ้า และแว่นกันแดด จะต้องจดทะเบียน 3 กลุ่ม เนื่องจากสินค้าทั้งสามชนิดอยู่คนละกลุ่ม ทำให้เสียค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป

เกณฑ์การพิจารณาของนายทะเบียนในการตรวจสอบเครื่องหมายการค้าคือ เครื่องหมายการค้าต้องมีลักษณะบ่งเฉพาะและไม่เป็นเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย นอกจากนี้ ยังอาจมีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่กฎหมายอื่นห้ามจดทะเบียน เช่น คำว่า “CHAMPAGNE” ซึ่งไม่สามารถจดทะเบียนได้ตามข้อห้ามของกฎหมาย Australian Wine and Brandy Corporation Act 1980 เป็นต้น

เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การลงประกาศโฆษณาในวารสารของ สำนักงาน (office journal) และหากไม่มีผู้คัดค้าน สำนักทรัพย์สินทางปัญญาจะออกใบรับรองให้ สำหรับเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วจะมีอายุความคุ้มครอง 10 ปี และเมื่อครบกำหนดสามารถต่ออายุได้คราวละ 10 ปี เช่นเดียวกับประเทศไทย

ระยะเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในกระบวนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในออสเตรเลีย คือ 7 เดือนครึ่งนับจากวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียน แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของสำนักทรัพย์สินทางปัญญาออสเตรเลียพบว่า โดยทั่วไปในทางปฏิบัติจะใช้เวลาประมาณ 12 - 20 เดือน

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในออสเตรเลีย มีดังนี้

การยื่นคำขอจดทะเบียน คิดค่าธรรมเนียมสินค้าหรือบริการกลุ่มละ 150 ดอลลาร์ ออสเตรเลีย หากยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชุด (series trade mark) จะคิดค่าธรรมเนียมรวม 200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และหากยื่นคำขอจดทะเบียนในกลุ่มอื่นไปพร้อมกันจะคิดค่าธรรมเนียมกลุ่มละ 150 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

ในกรณียื่นคำขอจดทะเบียนออนไลน์ ค่าธรรมเนียมจะถูกกว่าวิธีอื่น โดยค่าธรรมเนียมคำขอ จดทะเบียนสินค้าหรือบริการกลุ่มละ 120 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หากยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชุด จะคิดค่าธรรมเนียม 170 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และหากยื่นคำขอจดทะเบียนในกลุ่มอื่นไปพร้อมกันคิดค่าธรรมเนียมกลุ่มละ 120 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วจะคิดค่าจดทะเบียนสินค้าหรือบริการกลุ่มละ 300 ดอลลาร์ ออสเตรเลียและสำหรับกลุ่มอื่นค่าธรรมเนียมกลุ่มละ 300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

ค่าธรรมเนียมการต่ออายุสินค้าหรือบริการกลุ่มละ 300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับ กลุ่มอื่นค่าธรรมเนียมกลุ่มละ 300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

การยื่นคำขอเครื่องหมายการค้าทำได้ 5 วิธี คือ

  1. การยื่นขอด้วยตนเองต่อนายทะเบียนพร้อมชำระค่าธรรมเนียมที่สำนักงานในแต่ละรัฐ
  2. การยื่นทางไปรษณีย์ถึงนายทะเบียนของสำนักทะเบียนการค้า สำนักงานทรัพย์สินทาง ปัญญาออสเตรเลีย (IP Australia) ชำระค่าธรรมเนียมโดยเช็คหรือบัตรเครดิต
  3. การยื่นผ่านโทรสาร (fax)
  4. การยื่นผ่านการโอนทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer หรือ EFT)
  5. การยื่นทางออนไลน์ (online service) โดยค่าธรรมเนียมจะถูกกว่าวิธีอื่นๆ ร้อยละ 20

การละเมิดเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นเป็นโทษอาญา บุคคลที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 500 หน่วย (penalty units) หรือเท่ากับ 55,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อพิจารณาการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าของออสเตรเลียกับไทยแล้วพบข้อสังเกต ดังนี้

กฎหมายเครื่องหมายการค้าออสเตรเลียไม่ได้กำหนดคำจำกัดความของคำว่า "เครื่องหมาย" ว่าหมายถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ แต่ใช้คำว่า "เครื่องหมาย รวมถึง" ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายเครื่องหมายการค้าไทยที่ให้คำจำกัดความของเครื่องหมายไว้ตายตัว กฎหมายออสเตรเลียจึงเปิดโอกาสให้มีการตีความขยายขอบเขตของนิยามเครื่องหมายได้ ดังจะเห็นได้จากเครื่องหมายการค้าของออสเตรเลียครอบคลุมไปถึงสัญลักษณ์ทางกลิ่นและสัญลักษณ์ทางเสียงด้วย ซึ่งถือว่าครอบคลุมได้กว้างกว่าความหมายของเครื่องหมายตามกฎหมายไทย

ออสเตรเลียมีการจดทะเบียนเครื่องหมายปกป้อง (defensive mark) เพิ่มขึ้นจากการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายกลุ่มสินค้าและบริการอื่นมาจดทะเบียน

ในออสเตรเลีย การตรวจสอบเครื่องหมายการค้าก่อนจดทะเบียนเพื่อพิจารณาว่าเหมือน หรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วหรือไม่ สามารถทำได้ทางออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักทรัพย์สินทางปัญญาออสเตรเลีย ทำให้สะดวกต่อผู้ประกอบการเป็นอย่างมากและทำให้จำนวนเครื่องหมายการค้าที่ยื่นขอจดทะเบียนแล้วจะถูกปฏิเสธลดลง นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระของนายทะเบียนอีกด้วย ในขณะที่ผู้ยื่นขอในประเทศไทยยังต้องไปตรวจสอบที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ได้รับความสะดวก

ในออสเตรเลีย การจดทะเบียนเครื่องหมายแบบชุด (series trade mark) จะมีค่าธรรมเนียม ถูกกว่าการจดทะเบียนที่แยกตามจำนวนเครื่องหมาย เช่น การจดทะเบียนชื่อเครื่องหมายการค้า 2 ชื่อในกลุ่มเดียวกัน เช่น Stock-Flex และ Stockflex ในขณะที่ค่าธรรมเนียมในประเทศไทยคิดตามจำนวนเครื่องหมาย

วิธีการจดทะเบียนมีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในออสเตรเลียและมีการจูงใจให้ยื่นคำขอ ออนไลน์โดยลดค่าธรรมเนียมให้ต่ำกว่าการยื่นคำขอโดยวิธีอื่นร้อยละ 20 การยื่นจดทะเบียนออนไลน์นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับ SMEs ในปี ค.ศ. 2001 มีการจดทะเบียนออนไลน์ประมาณ ร้อยละ 15 ของการจดทะเบียนทั้งหมดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ในเว็บไซต์ของสำนักทรัพย์สินทางปัญญาออสเตรเลียได้จัดเตรียมคู่มือสำหรับจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าและทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ ไว้อย่างครบถ้วน รวมทั้งจัดเตรียมเอกสารที่เป็นประโยชน์ต่อ SMEs เช่น กรณีตัวอย่างของ SMEs (SMEs case studies) ที่ได้รับผลประโยชน์จากการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ เป็นต้น


สินค้าห้ามนำเข้า-ส่งออก

รัฐบาลออสเตรเลียได้กำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้า-ส่งออก ดังนี้