เกร็ดการทำธุรกิจ

ประสบการณ์การดำเนินธุรกิจ

จากการสอบถามบริษัทไทยที่ดำเนินการในออสเตรเลียในปัจจุบัน สามารถสรุปประสบการณ์ การดำเนินธุรกิจได้ ดังนี้

แรงจูงใจของการลงทุนในต่างประเทศ

  1. เพื่อแสวงหาตลาดใหม่
  2. เพื่อแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติ
  3. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ปัจจัยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการลงทุนในออสเตรเลีย

  1. การสนับสนุนจากภาครัฐ

    ออสเตรเลียมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดย่อมที่มีมูลค่าการลงทุนน้อยกว่า 10 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สามารถเข้ามาลงทุนโดยไม่ต้องขออนุญาต และยังเปิดให้คนไทยสามารถเข้าไปลงทุนในธุรกิจทุกประเภทได้ร้อยละ 100 ยกเว้นธุรกิจบางประเภทที่กำหนดเงื่อนไขพิเศษและต้องยื่นเสนอขออนุญาตรัฐบาลออสเตรเลียก่อน ได้แก่ ธุรกิจที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ธุรกิจด้านการเงิน การสื่อสาร การบิน ท่าอากาศยาน การขนส่งสินค้า หนังสือพิมพ์ และธุรกิจที่รัฐบาลออสเตรเลียกำหนดให้ต้องยื่น proposal เสนอขออนุญาตก่อน เช่น การลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็นต้น

  2. กฎระเบียบทางการค้า

    ไทยและออสเตรเลียมีความตกลงการค้าเสรี (TAFTA) โดยออสเตรเลียอนุญาตให้ไทยลงทุนในบางอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายปัจจุบันของออสเตรเลียอย่างเสรี ยกเว้นอุตสาหกรรมบางรายการตามข้อตกลง นอกจากนี้ ภายใต้ความตกลงดังกล่าว ผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในออสเตรเลียจะได้รับความคุ้มครองการลงทุนด้วย

  3. การเปิดโอกาสทางการค้าใหม่ๆ

    ออสเตรเลียเป็นประเทศที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นแหล่งลงทุนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมต้นน้ำที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิต บริษัทไทยส่วนใหญ่จึงเข้าไปลงทุนในธุรกิจพลังงาน อาทิ น้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า

  4. การลงทุนโครงการใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคง

    การลงทุนในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เกิดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลง ของมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ และผลตอบแทนที่ได้แต่เพียงในประเทศเท่านั้น การลงทุนใหม่ๆ ในต่างประเทศจะช่วยลดความเสี่ยง และมีการกระจายรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น นอกจากนี้ ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีศักยภาพเหมาะสมทั้งในเรื่องของพื้นที่ ทรัพยากร และเทคโนโลยี รวมถึงรัฐบาลออสเตรเลียให้การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนอย่างเต็มที่ด้วย

  5. การบริหารข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

    ออสเตรเลียมีศักยภาพในเรื่องการติดต่อสื่อสาร ความเสถียรของสัญญาณ ตลอดจน การวิเคราะห์และบริหารข้อมูลให้ง่ายต่อการนำไปใช้ได้

  6. การพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า

    ออสเตรเลียจัดเป็นประเทศที่บริหารจัดการเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเป็นลำดับต้นๆ ของโลก ตัวอย่างเช่น บริษัทไทยบางบริษัทจึงเข้าไปลงทุนโดยซื้อกิจการของออสเตรเลีย เพื่อนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาไปพัฒนาต่อในประเทศไทย

อุปสรรคในการลงทุน

  1. กฎหมาย กฎระเบียบ และนโยบายภาษีที่เข้มงวดของออสเตรเลีย

    ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย - ออสเตรเลียเปิดโอกาสให้คนสัญชาติไทยเข้าไปลงทุนได้มากกว่าประเทศอื่นๆ แต่การลงทุนในประเทศออสเตรเลียก็ยังคงมีกฎระเบียบที่รัดกุมอยู่ เพื่อสร้างมาตรฐานและเป็นหลักประกันให้กับประชาชนในประเทศ อาทิ กฎหมายคุ้มครองแรงงานในเรื่องค่าแรงงานและสวัสดิการที่มีความเข้มงวดและมีขั้นตอนมาก และระเบียบมาตรฐาน Stock Keeping Unit (SKU) ซึ่งเป็นการขออนุญาตการผลิตและจำหน่ายสินค้าที่วางขายอยู่ในตลาด หากมีการพัฒนารูปแบบสินค้าใหม่ๆ ก็ต้องขอการรับรองมาตรฐานใหม่และเสียค่ารับรองมาตรฐานซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง

    อุปสรรคจากนโยบายภาษี อาทิ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองถ่านหิน ได้แก่ ภาษี Mineral Resources Rent Tax (MRRT) ซึ่งเป็นนโยบายการเก็บภาษีจากธุรกิจเหมืองถ่านหินที่มีกำไรจากการดำเนินการสูง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น นอกจากนี้ ออสเตรเลียไม่มีนโยบายดูแล นักลงทุนและไม่มีมาตรการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเหมือนกับ BOI ในประเทศไทย ทำให้ต้องเสียภาษีค่อนข้างสูง


  2. ค่าแรงงาน

    ค่าแรงของออสเตรเลียโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16 - 21 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อ ชม. (ในขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ 40 บาทต่อ ชม.) ทำให้ค่าแรงขั้นต่ำของออสเตรเลียมีราคาค่อนข้างสูง ส่งผลให้ต้นทุน การผลิตของบริษัทไทยที่เข้าไปลงทุนในออสเตรเลียมีราคาสูงตามไปด้วย

  3. ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย

    ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลเงินอื่นๆ ส่งผลให้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าไปลงทุนในออสเตรเลียสูงตามไปด้วย ทำให้บริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องประเมินสถานการณ์และวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน

ความท้าทายในการประกอบธุรกิจ

ต้นทุนที่สูง โดยเฉพาะเรื่องค่าแรง และค่าสวัสดิการอื่น ๆ โดยออสเตรเลียให้ความสำคัญกับกฎหมายการคุ้มครองแรงงานของคนออสเตรเลียเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนการค้าที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ปัญหาเรื่องการจ้างงาน บริษัทไทยแม้จะตั้งในออสเตรเลีย แต่ก็ต้องมีเหตุผลอ้างอิงที่มากพอเพื่อที่จะรับคนไทยเข้ามาทำงานในตำแหน่งเดียวกัน เนื่องจากที่นี่มักจะให้คนท้องถิ่น (local staffs) ถูกให้ความสำคัญอันดับต้น ๆ ก่อนเสมอ ดังนั้นเรื่องปัญหาการแบ่งแยกเพศ แบ่งสัญชาติเพื่อเข้างาน ถือว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากเนื่องจากทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ว่าหญิงหรือชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ ผมทองหรือผมดำ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองถ่านหิน ซึ่งออสเตรเลียออกกฎหมายเรียกเก็บภาษีที่ส่งผลกระทบต่อเหมืองถ่านหิน 2 ฉบับคือภาษี Carbon Tax ซึ่งเป็นนโยบายจัดเก็บภาษีจากอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ปลดก๊าซ CO2 ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเกินกว่า 25,000 ตัน และ ภาษี MRRT (Mineral Resources Rent Tax) ซึ่งเป็นนโยบายการเก็บภาษีจากธุรกิจเหมืองถ่านหินที่มีกำไรจากการดำเนินการสูง

วัฒนธรรมการทำงานของคนออสเตรเลียจะมีความแตกต่างกับคนไทย กล่าวคือ คนออสเตรเลียจะเข้าและออกงานตรงเวลา ไม่ค่อยชอบทำงานนอกเหนือจากที่สั่ง ถึงแม้ว่าหัวหน้าจะสั่งให้ทำเพิ่มก็ตาม มีความเห็นอกเห็นใจน้อยกว่า และให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก ดังนั้นเรื่องจะขอให้ทำงานนอกเวลา ต้องมีเหตุผลที่สำคัญมาก ๆจริงๆ และต้องให้เงินค่าล่วงเวลาเป็นที่น่าพอใจ

นอกจากนี้มาตรการที่รัฐได้ออกกฎระเบียบที่รัดกุมเพื่อที่จะเป็นการลดทอนกำลังนักลงทุนต่างชาติมักจะสร้างอุปสรรคให้กับบริษัทผู้ลงทุนเช่นกัน อาทิเช่น มาตรฐาน SKU (Stock keeping unit) ซึ่งเป็นการขออนุญาตการผลิตและจำหน่ายสินค้าที่วางอยู่ในตลาด ซึ่งหากมีการพัฒนารูปแบบสินค้าใหม่ ๆ ก็ต้องขอการรับรองมาตรฐานดังกล่าวอยู่เรื่อย ๆ เป็นสาเหตุให้ในท้องตลาดจะเห็นสินค้าแต่ละประเภทไม่ค่อยมีความหลากหลายมากนัก ประกอบกับค่าประกันคุณภาพและสินค้าก็แพงเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่ได้รับสินค้าที่มีมาตรฐานระดับโลก แต่ในฐานะของผู้ประกอบการ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวก็ถือว่าสูงมากเช่นกัน

นอกจากนี้ปัญหาที่เกี่ยวกับสภาพสังคมของคนออสเตรเลียก็ถือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานเช่นกัน เช่น ค่าครองชีพ ค่าจ้างแรงงานและสวัสดิการที่แพงมาก ปัญหาการแบ่งแยกเพศ เรื่องสิทธิเสรีภาพที่ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ว่าหญิงหรือชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ นอกจากนี้การติดต่อเรื่องธุรกิจจะต้องตรงต่อเวลา ถ้าทำงานล่วงเวลาต้องแจ้งให้เจ้าตัวรับทราบและยินยอม พร้อมกับจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาดังกล่าวด้วย ซึ่งทั้งหมดทำให้ภาระโดยรวมของบริษัทไทยมีค่อนข้างมาก

อุปสรรคอีกประการหนึ่งของการทำธุรกิจของที่นี่คือเรื่องภาษี กล่าวคือ ในประเทศไทยจะมี BOI คอยดูแลนักลงทุนและให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี แต่ที่ออสเตรเลียจะไม่มีการดูแลเรื่องดังกล่าว ทำให้เสียภาษีค่อนข้างสูง และไม่ได้มีข้อได้เปรียบ หรือสิทธิพิเศษใด ๆ จาก TAFTA

นอกจากนี้ปัญหาเรื่องการให้ข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินอย่างเปิดเผยมากเกินไป เช่น เรื่องเศรษฐกิจ การคลัง และค่าเงิน ก็ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจต่อการค้าได้ เนื่องจากมีผลต่อเรื่องค่าเงิน และตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวมที่ผันผวนมากเกินไปในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ